Tag: เกย์กรุงเทพ

วัยรุ่น LGBTQ เพศที่สามเสี่ยงทำร้ายตัวเอง ป้องกันได้อย่างไร

การ ทำร้ายตัวเอง หมายถึงการทำให้ตัวเองบาดเจ็บ หรือเป็นอันตรายด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุ โดยข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตพบว่า วัยรุ่นมีปัญหาโรคซึมเศร้า และในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งมีเด็กคิดฆ่าตัวตาย  6% ซึ่งการทำร้ายตัวเองอาจนำไปสู่การฆ่าตัวตาย และมีงานวิจัยที่พบว่าวัยรุ่น LGBTQ หรือวัยรุ่นที่เป็นเพศที่สาม มีอัตราเสี่ยงต่อการทำร้ายตัวเอง Hello คุณหมอ จึงมีข้อมูลวิธีป้องกัน ว่าจะรับมืออย่างไรเมื่อวัยรุ่นทำร้ายตัวเอง แต่อย่างไรก็ตาม หากสังเกตเห็นการทำร้ายตัวเอง เช่น กรีดข้อมือ กินยาเกินขนาด ควรไปพบคุณหมอทันที   เกย์หาเพื่อน งานวิจัยชี้ วัยรุ่น LGBTQ เสี่ยงทำร้ายตัวเอง งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารวิชาการ JAMA Pediatrics ให้ข้อมูลว่า มีจำนวนที่น่าตกใจของวัยรุ่นที่ทำร้ายตัวเอง แต่วัยรุ่นที่เป็นไบเซ็กชวล หรือวัยรุ่นเพศที่ …

พ.ร.บ. คู่ชีวิตของไทย อยู่จุดไหนแล้ว?

แรกเริ่มเดิมทีกฎหมายของทุกประเทศทั่วโลกรวมทั้งของประเทศไทย ได้กำหนดและบังคับให้ประชาชนเลือกเป็นเพียงเพศชายหรือเพศหญิงเท่านั้น แต่เมื่อสังคมมีความเจริญก้าวหน้าและเรียนรู้ว่ายังมีกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQI+) ที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคม ซึ่งควรได้รับสิทธิทางกฎหมายอย่างเท่าเทียมเฉกเช่นกลุ่มชายหญิง จึงเกิดเป็นการขับเคลื่อนและต่อสู้เพื่อสร้างกฎหมายที่จะให้ความคุ้มครองสิทธิของคนกลุ่มนี้ ด้วยเหตุนี้ หลายประเทศทั่วโลกจึงออกกฎหมายที่รองรับสิทธิของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เช่นเดียวกับประเทศไทย ที่เริ่มยกร่างกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 และดำเนินการเรื่อยมาจนถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คู่ชีวิต ฉบับล่าสุด (รวม 40 มาตรา) ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของกฤษฎีกาชุดพิเศษ โดยมีนายประสพสุข บุญเดช เป็นประธาน และได้รับการพิจารณาไปแล้วถึงสามรอบ ก่อนจะส่งเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป   เกย์แต่งงาน อย่างไรก็ดี กฤษฎีกาชุดพิเศษเห็นว่าร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวยังไม่ครอบคลุม และไม่เพียงพอกับสิทธิที่พึงมีพึงได้ของคนใช้กฎหมาย จึงมีมติส่งร่างดังกล่าวให้ภาคประชาชนแสดงความคิดเห็นและนำกลับสู่กฤษฎีกาอีกครั้งหนึ่ง งานเสวนาทางวิชาการ “(พ.ร.บ.) คู่ชีวิต มีสิทธิแค่ไหน”  จัดโดยศูนย์กฎหมายแพ่ง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ …

เพื่อนที่ทำงานชอบถามว่า “เป็นไหม?” จะตอบอย่างไรดี

HIGHLIGHTS ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน เราไม่ได้เอา ‘ความเป็นเพศ’ มาทำงานด้วยอยู่แล้ว เราจะมีรสนิยมทางเพศแบบไหนก็ไม่ได้เอามาใช้ในการทำงานอยู่ดี พูดให้ตรงกว่านั้นก็คือ เราจะมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศไหน จะหฤหรรษ์แค่ไหน เราก็ไม่ได้เอามันมาใช้ในการทำงาน มันเป็นชีวิตด้านอื่นของเรา ถ้ามันไม่เกี่ยวกับบริบทการทำงาน ผมก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องเหมาะสมที่คนในที่ทำงานควรก้าวก่ายหรือเอามาเป็นประเด็น เพื่อนร่วมงานที่ดีจริง รักเราจริง เขาไม่มาวุ่นวายกับเราในเรื่องนี้หรอก คนที่มาถามน่าจะเป็นพวกคนอยากรู้ ไม่ได้มีคุณค่าอะไรกับชีวิตเรามาก เราทำงานของเราไป ไม่ไปใส่ใจกับพวกเขามาก เขาก็จะไม่อยู่ในหัวเราครับ อย่างที่ผมบอกหลายครั้ง เพื่อนร่วมงานก็คือเพื่อนร่วมงาน เราแค่มาทำงานด้วยกัน แต่ถ้าจะได้เพื่อนร่วมงานที่ดี และสามารถขยายไปสู่เรื่องอื่นนอกการทำงาน เป็นเพื่อนร่วมทุกข์ร่วมสุขกันได้ อันนั้นถือว่าเป็นโบนัส ส่วนเรื่องผลกระทบต่องาน ผมคิดว่าถ้าเราวางตัวดี เราทำงานได้ดี สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นเกราะคุ้มครองตัวเราได้ระดับหนึ่ง ถ้าเรามีผลงานที่ดีอยู่แล้ว สิ่งนี้น่าจะทำให้เราก้าวหน้าได้ ที่จริงไม่ว่าเป็นเพศไหนก็ควรต้องวางตัวดีทั้งนั้น …

ฉันคือ… ผู้หญิงเก่ง (นะยะ)

คนทุกเพศล้วนเท่าเทียม… ประโยคนี้ค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในหัวตั้งแต่นั่งเรียนวิชาสังคมศึกษาที่บอกว่า เพศทุกเพศมีความเท่าเทียมกันทางด้านสังคม ซึ่งเรายอมรับแนวคิดนั้นกันมานมนานแล้ว ผู้หญิงสามารถทำทุกอย่างที่ผู้ชายทำได้ เป็นผู้นำ เป็นนายกฯ ได้ และผู้ชายเพศที่เป็นผู้นำมาก่อนก็บอกว่า …ผมและคุณมีความเท่าเทียมกัน… ถึงแม้ว่าในทางปฏิบัติจริงจะยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่บ้าง แต่ทุกวันนี้ เอ๊ะ… หรือนานมาแล้วแหละ โลกเราไม่ได้มีเพียงแค่เพศหญิงและเพศชาย ยังมีเพศอื่นๆ อยู่ด้วย และเรากำลังอยู่ในยุคที่โลกเปิดเผยยอมรับใน “สภาพเพศ” ม้ากมาก… กลุ่มเพศที่สามอาจจะยังถูกสังคมชี้นิ้วใส่อยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็น “เธอแปลกแยก เธอจะไม่ได้รับการยอมรับ” ด้วยกรอบคิดหนึ่งเป็นของเพศหญิง และอีกกรอบคิดเป็นของเพศชาย แต่ที่หลุดกรอบเรื่องสภาพเพศ หรือกลุ่มคนที่เรียกว่า ภาวะทางเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด หรือบรรดาเพศที่สาม ที่เรียกภาษาบ้านๆ ว่า กะเทย ที่กล้าออกมายอมรับสภาพเพศที่แตกต่าง …