ข่าวย้อนหลัง: เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบและประกาศใช้วาระแห่งชาติ “สิทธิมนุษยชนร่วมขับเคลื่อน Thailand 4.0 เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ โดยกำหนดกรอบดำเนินงาน 2 ปี ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561–2562 ไม่ใช่มติใหม่ในปี 2569
วาระแห่งชาตินี้มุ่งหมายอะไร
ตามเอกสารผลการประชุม ครม. วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 เป้าหมายคือส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียม โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำวาระแห่งชาติไปปฏิบัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน

หลักการ 4 สร้าง 3 ปรับ 2 ขับ 1 ลด
รายละเอียดกลยุทธ์ปรากฏทั้งในเอกสารผลประชุม ครม. และรายงานของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรที่สรุปแผนขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ ดังนี้
4 สร้าง
- สร้างความตระหนักและจิตสำนึกในสิทธิ หน้าที่ และการเคารพสิทธิผู้อื่น
- สร้างระบบติดตามและเฝ้าระวังการละเมิดสิทธิด้วยพลังเครือข่าย เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที
- สร้างวัฒนธรรมแห่งการเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนซึ่งกันและกัน
- สร้างเสริมเครือข่ายทุกภาคส่วนให้มีศักยภาพทำงานด้านสิทธิมนุษยชน
3 ปรับ
- ปรับปรุงฐานข้อมูลผลงานและสถานการณ์การละเมิดสิทธิให้เป็นรูปธรรม ครอบคลุมระดับพื้นที่และจังหวัด
- ปรับทัศนคติเจ้าหน้าที่รัฐให้เข้าใจบทบาทของสิทธิมนุษยชนในการสนับสนุนการทำงานและการอยู่ร่วมกัน
- ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายที่มีปัญหาการละเมิดสิทธิ โดยเสนอรัฐบาลพิจารณาแก้ไข
2 ขับ
- ขับเคลื่อนองค์กรหรือจังหวัดต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อถอดบทเรียนและขยายผล
- ขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสู่การปฏิบัติ พร้อมเสริมสร้างนวัตกรรมสนับสนุนการดำเนินงาน
1 ลด
ลดปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในแต่ละปีอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม เป้าหมายนี้กล่าวถึงการลดการละเมิดสิทธิ ไม่ใช่การเหมารวมบุคคลกลุ่มใดว่าเป็นปัญหา

การติดตามผลและข้อจำกัดของข้อมูล
มติระบุให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานตามที่กระทรวงยุติธรรมกำหนด ภายในเดือนพฤศจิกายนของปี 2561 และปี 2562 พร้อมนำประเด็นที่ยังไม่บรรลุผลตามแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 และข้อเสนอแนะที่เกี่ยวข้องมากำหนดตัวชี้วัด
การเห็นชอบวาระแห่งชาติเป็นการกำหนดทิศทางและเป้าหมายนโยบาย ไม่ใช่หลักฐานว่าการละเมิดสิทธิลดลงแล้ว บทความนี้สรุปมติและกรอบดำเนินงานในอดีต ไม่ได้ประเมินผลสำเร็จหรือสถานการณ์สิทธิมนุษยชนปัจจุบัน
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไป รวมถึงทางเลือกประกอบการพิจารณาของผู้อ่าน ไม่ใช่คำสั่งหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ข้อมูลด้านสุขภาพไม่ใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ ความเหมาะสมอาจแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละคน

