ความเชื่อว่า “กะเทยไทยคือผู้ชายที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนเพศเพราะความยากจน” ไม่ควรถูกนำเสนอเป็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคนข้ามเพศ หรือเป็นทัศนคติร่วมของคนจีนทั้งประเทศ คำบอกเล่าของผู้ที่เคยพบความเข้าใจเช่นนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถาม แต่ไม่บอกว่ามีคนเชื่อมากเพียงใด และไม่ยืนยันว่าเรื่องที่เล่านั้นเป็นจริง

แยกอัตลักษณ์ทางเพศออกจากเรื่องการถูกบังคับ

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO อธิบายว่า อัตลักษณ์ทางเพศคือประสบการณ์ภายในเกี่ยวกับเพศของบุคคล ส่วนรสนิยมทางเพศเกี่ยวข้องกับความดึงดูดต่อผู้อื่น ทั้งสองเรื่องไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และไม่สามารถอนุมานรสนิยมทางเพศจากรูปลักษณ์หรืออัตลักษณ์ได้ ดู คำอธิบายเรื่องเพศและสุขภาพของ WHO

การเรียกผู้หญิงข้ามเพศว่าเป็นเพียง “ผู้ชายที่ถูกบังคับ” จึงนำข้อกล่าวอ้างเรื่องความรุนแรงมาทับอัตลักษณ์ของบุคคล โดยยังไม่ได้พิสูจน์เหตุการณ์นั้น การกล่าวถึงการบังคับหรือแสวงหาประโยชน์ควรมีหลักฐานเฉพาะกรณี ไม่ใช่ใช้การเป็นคนข้ามเพศเป็นหลักฐานแทน

ในบทความนี้ คำว่า “กะเทยไทย” ปรากฏเพื่ออธิบายถ้อยคำในประเด็นเดิม ไม่ได้ใช้กำหนดอัตลักษณ์ให้ทุกคน การสื่อสารอย่างเคารพอาจเริ่มจากใช้ชื่อ คำเรียก และสรรพนามที่เจ้าตัวเลือก โดยไม่คาดเดาจากรูปลักษณ์ อาชีพ หรือสัญชาติ

Quicky

การเป็นคนข้ามเพศไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องใช้ฮอร์โมนหรือผ่าตัด

WHO ระบุว่าคนข้ามเพศบางคนต้องการการเปลี่ยนแปลงทางการแพทย์หรือการผ่าตัด ขณะที่บางคนไม่ต้องการ และใน ICD-11 ได้ย้ายภาวะความไม่สอดคล้องทางเพศออกจากหมวดความผิดปกติทางจิตและพฤติกรรม ข้อนี้สะท้อนว่าอัตลักษณ์ข้ามเพศและความหลากหลายทางเพศไม่ใช่ความเจ็บป่วยทางจิต ดู คำอธิบาย ICD-11 และสุขภาพคนข้ามเพศของ WHO

สมาคมจิตแพทย์อเมริกัน หรือ APA ยังอธิบายว่าคนข้ามเพศไม่ได้มีภาวะทุกข์ใจจากความไม่สอดคล้องทางเพศ หรือ gender dysphoria ทุกคน และผู้ที่มีภาวะดังกล่าวก็ไม่ได้เลือกการรักษาเหมือนกันทั้งหมด ประโยชน์และความเสี่ยงของการรักษาต้องพิจารณาเป็นรายบุคคลร่วมกับผู้ให้บริการ ดู คำถาม–คำตอบเรื่อง gender dysphoria ของ APA

ต้นฉบับเดิมนำคำเล่าที่เชื่อมการใช้ฮอร์โมนและการผ่าตัดกับการเสียชีวิตเมื่ออายุประมาณ 30 ปีมาเผยแพร่ แต่ไม่ได้ให้หลักฐานทางการแพทย์รองรับ จึงไม่ควรใช้คำกล่าวนี้เป็นข้อมูลอายุขัยหรือเป็นเหตุให้ผู้อ่านตัดสินใจเรื่องสุขภาพ ฉบับนี้ไม่สรุปอายุขัยหรือความปลอดภัยของการรักษาใดจากเรื่องเล่าดังกล่าว

หลักฐานเกี่ยวกับทัศนคติในจีนบอกอะไรได้บ้าง

รายงาน Public Opinion of Transgender Rights in China ของ Williams Institute แห่งคณะนิติศาสตร์ UCLA เผยแพร่เดือนมิถุนายน 2021 โดยวิเคราะห์ข้อมูลสำรวจที่เก็บในปี 2017 พบว่า 74% ของผู้ตอบในกลุ่มตัวอย่างจีนเห็นว่าคนข้ามเพศควรได้รับการคุ้มครองจากการเลือกปฏิบัติ ผลนี้แสดงให้เห็นว่าการสนับสนุนสิทธิเป็นส่วนหนึ่งของภาพทัศนคติที่ศึกษา ไม่ใช่มีเพียงการปฏิเสธหรืออคติเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับเต็มและภาควิธีวิจัย ระบุว่ากลุ่มตัวอย่างจีนไม่ได้เป็นตัวแทนประชากรทั้งประเทศ แต่สะท้อนกลุ่มที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตและมีฐานะค่อนข้างดีกว่า ตัวเลขนี้จึงไม่ใช่สัดส่วนของคนจีนทั้งหมด และไม่ใช่ข้อมูลทัศนคติปัจจุบัน อีกทั้งคำถามในงานนี้ไม่ได้วัดความเชื่อเฉพาะว่า “กะเทยไทยถูกบังคับให้เปลี่ยนเพศ”

กลุ่ม LGBT ในประชากรจีนมีมากถึง 70 ล้านคน แต่ก็ยังไม่มากพอจะทำให้สังคมจีนยอมรับตัวตนของเพศที่สามได้

Love2Test

ทำไมจึงไม่ใช้ตัวเลข LGBT 70 ล้านคนเป็นข้อสรุป

ต้นฉบับเดิมระบุว่าจีนมีประชากร LGBT 70 ล้านคน แต่ไม่ให้ปี นิยาม วิธีประมาณ หรือแหล่งต้นทางที่ตรวจสอบได้ ฉบับนี้จึงไม่นำตัวเลขดังกล่าวมาใช้เป็นข้อเท็จจริง การตรวจสอบไม่ได้ไม่ได้แปลว่าตัวเลขนั้นถูกพิสูจน์ว่าเป็นเท็จ แต่หมายความว่ายังไม่มีฐานเพียงพอให้ยืนยันในบทความนี้

จำนวนประชากร LGBTQ+ กับระดับการยอมรับทางสังคมเป็นคนละคำถาม หากจะศึกษาการยอมรับ จำเป็นต้องระบุด้วยว่าวัดทัศนคติของใคร ต่อกลุ่มใด ในบริบทไหน และเมื่อใด ไม่อาจใช้จำนวนคนเพียงตัวเดียวอธิบายว่าทำไมสังคมจึงยอมรับหรือไม่ยอมรับความหลากหลายทางเพศ

Buddy Chat — Love2Test

อ่านเรื่องเล่าข้ามวัฒนธรรมโดยไม่สร้างอคติชุดใหม่

สำหรับคำพูด ประวัติ และตำแหน่งงานของบุคคลที่ต้นฉบับอ้างถึง การตรวจครั้งนี้ยังไม่ได้ยืนยันจากต้นฉบับรายการ จึงไม่นำมาเสนอซ้ำเป็นคำพูดตรงหรือข้อมูลปัจจุบัน เช่นเดียวกับข้อสันนิษฐานว่าความเชื่อดังกล่าวมีต้นกำเนิดจากงิ้วหรือขันที ซึ่งยังไม่มีหลักฐานประวัติศาสตร์รองรับในแหล่งที่ใช้

แนวทางอ่านอย่างรอบคอบคือแยกสามเรื่องออกจากกัน ได้แก่ ผู้เล่าเคยพบคำพูดอะไร คำพูดนั้นมีหลักฐานจริงหรือไม่ และมีข้อมูลหรือไม่ว่าความเชื่อนั้นแพร่หลายเพียงใด การแยกเช่นนี้ช่วยให้วิจารณ์อคติได้โดยไม่เหมารวมคนจีน หรือทำให้เรื่องเล่าเกี่ยวกับความรุนแรงกลายเป็นคำอธิบายชีวิตของคนข้ามเพศทุกคน

กลุ่ม LGBT ในประชากรจีนมีมากถึง 70 ล้านคน แต่ก็ยังไม่มากพอจะทำให้สังคมจีนยอมรับตัวตนของเพศที่สามได้

สรุป:หลักฐานที่ตรวจสอบในบทความนี้ไม่เพียงพอจะยืนยันว่าคนจีนโดยรวมมองกะเทยไทยเป็นผู้ถูกบังคับ การอธิบายประเด็นนี้อย่างเป็นธรรมจึงต้องไม่ใช้คำบอกเล่าแทนผลสำรวจ และไม่ใช้การเป็นคนข้ามเพศแทนหลักฐานของการถูกบังคับหรือการรักษารูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไป รวมถึงทางเลือกประกอบการพิจารณาของผู้อ่าน ไม่ใช่คำสั่งหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ข้อมูลด้านสุขภาพไม่ใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ ความเหมาะสมอาจแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละคน