งานวิจัยที่บทความเดิมอ้างไม่เพียงพอจะสรุปว่า คนที่มีอคติต่อเกย์เป็นเกย์เอง หรือมีโอกาสเป็นเกย์มากกว่าคนทั่วไป งานนั้นศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการรายงานรสนิยมทางเพศ ตัวชี้วัดจากแบบทดสอบทางจิตวิทยา บริบทครอบครัว และการตอบสนองต่อต้านเกย์ ไม่ใช่เครื่องมือระบุรสนิยมทางเพศของบุคคลจากทัศนคติที่แสดงออก
Homophobia หมายถึงอะไร
ในบริบทนี้ Homophobia หมายถึงอคติหรือการต่อต้านผู้รักเพศเดียวกัน ซึ่งอาจแสดงออกเป็นการเลือกปฏิบัติ ฐานคำศัพท์ MeSH ของหอสมุดการแพทย์แห่งชาติสหรัฐฯ จัดคำนี้ไว้ในกลุ่มอคติและการเลือกปฏิบัติทางสังคม จึงไม่ควรใช้คำว่า “อาการ” เพื่อวินิจฉัยบุคคลจากความเห็นหรือพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว
การเป็นเกย์ไม่ใช่โรคหรือความผิดปกติทางจิต ตามคำอธิบายของ สมาคมจิตวิทยาอเมริกัน หรือ American Psychological Association จึงไม่เหมาะที่จะเปรียบเทียบเกย์กับ “คนปกติ” รสนิยมทางเพศซึ่งเกี่ยวกับความดึงดูดทางอารมณ์ ความรัก หรือทางเพศ ยังเป็นคนละเรื่องกับอัตลักษณ์ทางเพศ ซึ่งเกี่ยวกับการรับรู้เพศของตนเอง
หมายเหตุเกี่ยวกับสื่อเดิม: ข้อความที่อยู่ในตัวแทนภาพต่อไปนี้เป็นข้อความจากบทความเดิม ไม่ใช่นิยามหรือข้อสรุปของฉบับแก้ไข และภาพไม่ใช่หลักฐานระบุรสนิยมทางเพศของบุคคล


งานของ Weinstein และคณะศึกษาอะไร
งานที่เกี่ยวข้องคือ Parental autonomy support and discrepancies between implicit and explicit sexual identities: Dynamics of self-acceptance and defense โดย Netta Weinstein และคณะ ตีพิมพ์ใน Journal of Personality and Social Psychology ปี 2012 ไม่ใช่ 2014 เป็นการศึกษาสี่ชุด ไม่ใช่ข้อยืนยันใหม่ว่าคนที่ต่อต้านเกย์ซ่อนรสนิยมทางเพศแบบใดไว้
ผู้วิจัยเปรียบเทียบข้อมูลที่ผู้เข้าร่วมรายงานเกี่ยวกับตนเองกับตัวชี้วัดโดยนัยจากงานทดสอบเวลาตอบสนอง พร้อมศึกษาการรับรู้ท่าทีของพ่อแม่และการสนับสนุนให้เป็นตัวของตัวเอง แล้ววิเคราะห์ความเกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อต้านเกย์
พบความสัมพันธ์แบบใด
ผู้วิจัยรายงานว่า ความไม่สอดคล้องระหว่างตัวชี้วัดโดยนัยกับการรายงานรสนิยมทางเพศมีความเกี่ยวข้องกับการตอบสนองต่อต้านเกย์ตามแบบจำลองที่ศึกษา ในการศึกษาชุดที่ 2–4 ความไม่สอดคล้องนี้เด่นชัดในผู้เข้าร่วมที่รับรู้ว่าพ่อทั้งไม่สนับสนุนการเป็นตัวของตัวเองและมีอคติต่อเกย์ ส่วนผลที่เกี่ยวกับแม่ไม่สม่ำเสมอ ตามรายละเอียดใน บทคัดย่องานวิจัย


เหตุใดจึงสรุปว่า “คนเกลียดเกย์เป็นเกย์เอง” ไม่ได้
- ผลระดับกลุ่มไม่ใช่คำตัดสินรายบุคคล: ความสัมพันธ์ระหว่างคะแนนในการศึกษาไม่สามารถใช้ระบุรสนิยมทางเพศของคนที่แสดงอคติคนใดคนหนึ่งได้
- ความสัมพันธ์ไม่ยืนยันเหตุและผล: ผู้วิจัยระบุว่าผลจำนวนมากเป็นข้อมูลเชิงสัมพันธ์ จึงยังอนุมานลำดับเหตุและพัฒนาการอย่างน่าเชื่อถือไม่ได้
- กลุ่มตัวอย่างมีขอบเขต: ศึกษาในนักศึกษาจากสหรัฐฯ และเยอรมนี ไม่ใช่ตัวแทนคนทุกวัยหรือประชากรไทย
- ข้อมูลครอบครัวเป็นการรับรู้ของผู้เข้าร่วม: ผู้วิจัยเสนอให้ศึกษาท่าทีของพ่อแม่โดยตรงและติดตามระยะยาวเพิ่มเติม
ข้อจำกัดเหล่านี้ระบุไว้ใน บทความวิจัยฉบับเต็ม ส่วนข้อจำกัดและแนวทางศึกษาในอนาคต การเพิ่มผู้เข้าร่วมที่อายุมากขึ้นเพียงอย่างเดียวจึงไม่ได้แก้ข้อจำกัดทั้งหมด


อ่านงานวิจัยโดยไม่เปลี่ยนเป็นการตีตรา
ข้อสรุปที่ระมัดระวังคือ งานนี้เสนอคำอธิบายหนึ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างตัวชี้วัด การรับรู้บริบทครอบครัว และการตอบสนองต่อต้านเกย์ในกลุ่มที่ศึกษา ไม่ได้พิสูจน์ว่าทุกคนที่มีอคติเป็นเกย์ หรือว่าครอบครัวรูปแบบหนึ่งทำให้ลูกเป็นเกย์ การอภิปรายอคติจึงอาจมุ่งที่คำพูด การกระทำ และผลของการเลือกปฏิบัติ โดยไม่จำเป็นต้องคาดเดาหรือเปิดเผยรสนิยมทางเพศของใคร
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไป รวมถึงทางเลือกประกอบการพิจารณาของผู้อ่าน ไม่ใช่คำสั่งหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ข้อมูลด้านสุขภาพไม่ใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ ความเหมาะสมอาจแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละคน