ข่าวย้อนหลังวันที่ 21 มีนาคม 2560: คมชัดลึกรายงานคำเปิดเผยของนายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ในขณะนั้น เกี่ยวกับการจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับผู้ต้องขังที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยยกตัวอย่างเรือนจำมีนบุรี เรือนจำกลางคลองเปรม และเรือนจำในจังหวัดพัทยา ข้อมูลนี้เป็นรายงานในอดีต ไม่ใช่การยืนยันแนวปฏิบัติปัจจุบันของเรือนจำทั้งสามแห่ง
ข่าวปี 2560 กล่าวถึงเรือนจำใดบ้าง
ตามรายงานคมชัดลึกวันที่ 21 มีนาคม 2560 เรือนจำที่ถูกยกเป็นตัวอย่างการจัดโซนเฉพาะ ได้แก่
- เรือนจำมีนบุรี
- เรือนจำกลางคลองเปรม
- เรือนจำจังหวัดพัทยา ตามชื่อที่ใช้ในข่าวขณะนั้น
รายงานระบุเหตุผลด้านความปลอดภัยและการป้องกันการคุกคามทางเพศ พร้อมกล่าวถึงข้อจำกัดของการย้ายผู้ต้องขังไปรวมไว้ในเรือนจำเฉพาะ ซึ่งอาจทำให้ครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมลำบาก ประเด็นเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ผู้ให้ข่าวกล่าวไว้ ไม่ใช่ผลการประเมินประสิทธิผลของมาตรการ

ข้อมูลราชการภายหลังระบุอะไร
ข่าวกรมราชทัณฑ์วันที่ 1 สิงหาคม 2567 กล่าวถึงการดูแลผู้ต้องขังข้ามเพศในแดน 1 เรือนจำกลางคลองเปรม โดยระบุการจัดแยกพื้นที่สำหรับบางกลุ่มที่เสี่ยงต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศ และย้ำหลักไม่เลือกปฏิบัติ ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว
เอกสารนี้เป็นข้อมูลของสถานที่และช่วงเวลาที่ระบุ ไม่ได้ยืนยันว่ารายละเอียดทั้งหมดในข่าวปี 2560 ยังคงใช้เหมือนเดิม หรือใช้กับผู้ต้องขัง LGBTQ+ ทุกคนทั่วประเทศ

การจัดพื้นที่ต้องพิจารณาสิทธิและความต้องการรายบุคคล
เอกสาร Born Free and Equal ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ฉบับปี 2562 หน้า 32–33 อธิบายว่าการจัดสถานที่คุมขังคนข้ามเพศควรพิจารณาเป็นรายบุคคล โดยปรึกษาผู้ต้องขัง เคารพอัตลักษณ์ทางเพศ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความประสงค์ของบุคคล ไม่ว่าจะแก้ไขเอกสารระบุเพศหรือผ่าตัดแล้วหรือไม่
เอกสารเดียวกันระบุว่า การเป็น LGBTQ+ ไม่ใช่เหตุให้จำกัดการเข้าถึงกิจกรรม ที่ปรึกษากฎหมาย หรือบริการทางการแพทย์ การจัดพื้นที่เพื่อความปลอดภัยจึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นการขังเดี่ยวหรือการตัดสิทธิโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ หลักสิทธิมนุษยชนดังกล่าวไม่ใช่หลักฐานว่าเรือนจำไทยทุกแห่งปฏิบัติได้ครบถ้วนแล้ว

ข้อจำกัดของข้อมูลข่าวเดิม
บทความนี้ไม่ใช้สถิติและรายการจำแนกผู้ต้องขังจากข่าวเดิมเป็นข้อมูลปัจจุบัน เนื่องจากยอดรวมไม่สอดคล้องกับรายการย่อย และยังไม่มีเอกสารต้นทางรองรับรายละเอียดที่เพียงพอ อีกทั้งไม่ใช้ข้อความเรื่องการตรวจร่างกาย คำวินิจฉัยแพทย์ หรือคำสั่งศาลในข่าวเก่าเป็นข้อสรุปว่าใครต้องอยู่แดนใด
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไป รวมถึงทางเลือกประกอบการพิจารณาของผู้อ่าน ไม่ใช่คำสั่งหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ข้อมูลด้านสุขภาพไม่ใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ ความเหมาะสมอาจแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละคน