รายงาน NPR Ed เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2018 พบว่า 56% ของผู้ตอบแบบสำรวจครูข้ามเพศและครูที่มีการแสดงออกทางเพศไม่เป็นไปตามกรอบคาดหวังของสังคม รายงานว่าเคยเผชิญการเลือกปฏิบัติหรือการคุกคามในที่ทำงาน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ไม่ใช่อัตราของครูข้ามเพศทั่วสหรัฐฯ

สำรวจใคร และมีข้อจำกัดอย่างไร
รายงาน NPR ที่เผยแพร่ผ่าน Colorado Public Radio ใช้แบบสำรวจออนไลน์จากผู้ตอบ 79 คนในสหรัฐฯ และแคนาดา พร้อมสัมภาษณ์ติดตามบางส่วน ผู้จัดทำระบุว่าไม่ทราบว่ากลุ่มนี้เป็นตัวแทนของครูทั่วประเทศเพียงใด จึงไม่ควรสรุปว่าครูข้ามเพศทั้งหมดมีประสบการณ์ในสัดส่วนเดียวกัน

ผลสำรวจบอกอะไร
- 56% รายงานการเลือกปฏิบัติหรือการคุกคามในที่ทำงาน โดยส่วนใหญ่มาจากผู้บริหารหรือเพื่อนร่วมงาน มากกว่านักเรียน
- 71% ระบุว่าเปิดเผยอัตลักษณ์ของตนในที่ทำงาน ข้อนี้ไม่ได้หมายความว่าถูกผู้อื่นเปิดเผยอัตลักษณ์โดยไม่ยินยอม

ประสบการณ์ครูไม่ใช่ข้อสรุปสำหรับทุกคน
Sam Long ครูวิทยาศาสตร์ในเดนเวอร์ขณะให้สัมภาษณ์ เล่าว่าหลังเปิดเผยอัตลักษณ์ นักเรียนบางคนรู้สึกสะดวกใจที่จะแบ่งปันเรื่องของตน นี่เป็นประสบการณ์รายบุคคล ไม่ใช่หลักฐานว่าการเปิดเผยตัวตนจะให้ผลดีเหมือนกันทุกโรงเรียน หรือพิสูจน์ผลต่อสุขภาวะทางเพศ
รายงานติดตามของ NPR วันที่ 12 มีนาคม 2018 ยังสะท้อนว่าความปลอดภัยและความมั่นคงในการทำงานของครูแต่ละคนต่างกัน การเปิดเผยอัตลักษณ์จึงไม่ใช่หน้าที่ที่ทุกคนต้องทำเพื่อเป็นแบบอย่าง

บริบทกฎหมายหลังข่าวปี 2018
จำนวนรัฐที่ข่าวเดิมกล่าวถึงไม่ควรใช้เป็นข้อมูลปัจจุบัน ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2020 ศาลสูงสุดสหรัฐฯ วินิจฉัยในคดี Bostock v. Clayton County ว่าการเลิกจ้างบุคคลเพียงเพราะเป็นเกย์หรือคนข้ามเพศละเมิด Title VII ของกฎหมายสิทธิพลเมืองปี 1964 ข้อนี้เป็นสาระของคำพิพากษา ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไป รวมถึงทางเลือกประกอบการพิจารณาของผู้อ่าน ไม่ใช่คำสั่งหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ข้อมูลด้านสุขภาพไม่ใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ ความเหมาะสมอาจแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละคน