อคติต่อไบเซ็กชวลพบได้ทั้งในสังคมรักต่างเพศและในชุมชนเกย์หรือเลสเบี้ยน จึงอาจเป็นข้อกังวลหนึ่งเมื่อบางคนพิจารณาว่าจะเปิดเผยตัวกับใคร อย่างไรก็ตาม หลักฐานที่อ้างในบทความนี้ไม่ยืนยันว่าคน LGBTQ+ เป็นแหล่งอคติส่วนใหญ่ หรือเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คนไบไม่เปิดเผยตัว

ไบเซ็กชวลและอคติต่อคนไบหมายถึงอะไร
American Psychological Association (APA) อธิบายว่าไบเซ็กชวลหมายถึงผู้ที่มีแรงดึงดูดทางอารมณ์ ความรัก และ/หรือทางเพศต่อมากกว่าหนึ่งเพศ การมีคู่เพศใดเพศหนึ่งจึงไม่ใช่หลักฐานเพียงพอที่จะตัดสินวิถีทางเพศของบุคคลนั้น
อคติต่อคนไบอาจปรากฏเป็นการปฏิเสธว่าไบเซ็กชวลมีอยู่จริง หรือการมองข้ามอัตลักษณ์ของพวกเขา APA ระบุว่าปัญหานี้เกิดได้ทั้งจากชุมชนรักต่างเพศและชุมชนเกย์หรือเลสเบี้ยน ไม่ควรนำข้อค้นพบดังกล่าวไปเหมารวมสมาชิกทุกคนในชุมชนใดชุมชนหนึ่ง

งานวิจัย 745 คนพบอะไรจริง
งานของ Tangela S. Roberts, Sharon G. Horne และ William T. Hoyt ปี 2015 ศึกษาผู้เข้าร่วมที่ระบุตนว่าเป็นไบเซ็กชวล 745 คน โดยสำรวจประสบการณ์กับสมาชิกครอบครัวและเพื่อนที่รักต่างเพศหรือเป็นเกย์
ผู้เข้าร่วมรายงานการเลือกปฏิบัติจากกลุ่มรักต่างเพศมากกว่าจากกลุ่มเกย์หรือเลสเบี้ยนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ขนาดความแตกต่างเล็ก ผลนี้ไม่ใช่การพบว่าทั้งสองกลุ่มเลือกปฏิบัติเท่ากัน และไม่ได้พิสูจน์ว่าการเลือกปฏิบัติจากชุมชน LGBTQ+ เป็นสาเหตุหลักของการไม่เปิดเผยตัว
งานนี้ใช้แนวคิด monosexism ซึ่งหมายถึงการให้ความชอบธรรมเหนือกว่าแก่แรงดึงดูดต่อเพศเดียว แนวคิดนี้ต่างจากคำว่าอัตลักษณ์ทางเพศ และไม่ใช่การบอกว่าคนที่ดึงดูดต่อเพศเดียวทุกคนมีอคติ

การเปิดเผยตัวมีหลายระดับ
Pew Research Center สรุปข้อมูลสำรวจสหรัฐฯ ปี 2013 ว่า 28% ของผู้ตอบที่เป็นไบเซ็กชวลกล่าวว่าบุคคลสำคัญทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ในชีวิตทราบวิถีทางเพศของตน เทียบกับ 77% ของเกย์ชายและ 71% ของเลสเบี้ยน ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าคนไบที่เหลือไม่เคยบอกใครเลย
รายงานเดียวกันพบว่า 84% ของผู้ตอบที่เป็นไบและมีความสัมพันธ์แบบผูกพันมีคู่ต่างเพศ ตัวเลขนี้เป็นสัดส่วนในกลุ่มที่มีความสัมพันธ์ ไม่ใช่สัดส่วนของคนไบทั้งหมด และไม่ใช่หลักฐานว่าเพศของคู่ทำให้บุคคลนั้นจำเป็นหรือไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัว
ข้อมูล Pew ที่เผยแพร่วันที่ 8 ตุลาคม 2025 จากการสำรวจผู้ใหญ่ LGBTQ+ ในสหรัฐฯ 3,959 คน ระหว่างวันที่ 8–19 มกราคม 2025 พบว่า 35% ของผู้ตอบที่เป็นไบระบุว่าไม่มีพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูคนใดทราบว่าตนเป็นไบ เทียบกับ 8% ของกลุ่มเกย์หรือเลสเบี้ยน การวิเคราะห์สองกลุ่มนี้ไม่รวมผู้ตอบที่เป็นคนข้ามเพศ
คำถามปี 2013 และ 2025 วัดคนละเรื่อง จึงไม่ควรนำตัวเลขมาเทียบเพื่อสรุปว่าการเปิดเผยตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงโดยตรง ข้อมูลเหล่านี้เป็นบริบทสหรัฐฯ ไม่ใช่อัตราการเปิดเผยตัวของคนไบในประเทศไทย

เรื่องสุขภาพต้องอ่านอย่างมีข้อจำกัด
งานวิจัยสหรัฐฯ ที่ตีพิมพ์ปี 2010 พบความแตกต่างด้านความผิดปกติทางอารมณ์และความวิตกกังวล โดยผลแตกต่างตามเพศและการวัดวิถีทางเพศว่าเป็นอัตลักษณ์ แรงดึงดูด หรือพฤติกรรม จึงไม่ควรสรุปว่าคนไบทุกคนมีปัญหาสุขภาพจิตมากกว่าทุกกลุ่มสองเท่า หรือใช้อัตลักษณ์เป็นคำวินิจฉัยสุขภาพของใคร

การสนับสนุนที่ไม่กดดันให้เปิดเผยตัว
แนวทางที่ผู้อ่านอาจพิจารณาเพื่อสร้างพื้นที่สนทนาที่เคารพกัน ได้แก่
- ใช้คำเรียกอัตลักษณ์ตามที่เจ้าตัวเลือก แทนการสรุปจากเพศของคู่
- เปิดโอกาสให้เจ้าตัวเลือกว่าจะเล่าเรื่องส่วนตัวกับใครและเมื่อใด โดยไม่ใช้การเปิดเผยตัวเป็นเงื่อนไขของการยอมรับ
- หลีกเลี่ยงการนำข้อมูลส่วนตัวของผู้อื่นไปบอกต่อโดยไม่ได้รับความยินยอม
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การกล่าวโทษชุมชน LGBTQ+ แต่เป็นการยอมรับว่าอคติเกิดขึ้นได้ในหลายพื้นที่ และการรับฟังประสบการณ์เฉพาะของแต่ละคนมีความสำคัญกว่าการคาดเดาเหตุผลแทนพวกเขา
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไป รวมถึงทางเลือกประกอบการพิจารณาของผู้อ่าน ไม่ใช่คำสั่งหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ข้อมูลด้านสุขภาพไม่ใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ ความเหมาะสมอาจแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละคน