ปั่นจักรยานกระทบสุขภาพทางเพศชายหรือไม่

งานวิจัยในวารสาร Journal of Urology ฉบับเดือนมีนาคม 2018 พบว่า นักปั่นจักรยานในกลุ่มตัวอย่างมีคะแนนการทำงานทางเพศไม่ด้อยกว่านักวิ่งและนักว่ายน้ำ และไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของคะแนนอาการทางเดินปัสสาวะที่วัด อย่างไรก็ตาม ผลนี้ไม่ได้หมายความว่าการปั่นจักรยานไม่มีความเสี่ยงต่อระบบทางเพศและทางเดินปัสสาวะทุกด้าน เพราะนักปั่นมีโอกาสรายงานประวัติท่อปัสสาวะตีบสูงกว่า ตามรายงานการศึกษาต้นฉบับ

ผลการศึกษาพบว่า การปั่นจักรยานไม่ได้ส่งผลกระทบทางลบต่อสุขภาพทางเพศชาย หรือการทำงานของทางเดินทางปัสสาวะ

งานวิจัยศึกษาใครและวัดอะไร

Mohannad A. Awad และคณะ ซึ่งมี Benjamin N. Breyer แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก ร่วมเป็นผู้วิจัย ใช้การสำรวจภาคตัดขวาง รับสมัครผ่านโฆษณา Facebook และชมรมกีฬาในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ผู้เข้าร่วมที่นำมาวิเคราะห์มี 3,932 คน ประกอบด้วยนักปั่น 2,774 คน และกลุ่มนักว่ายน้ำหรือนักวิ่งที่ไม่ปั่นจักรยาน 1,158 คน ตามรายละเอียดวิธีวิจัยและกลุ่มตัวอย่าง

ผู้เข้าร่วมตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับการแข็งตัวของอวัยวะเพศ อาการทางเดินปัสสาวะ และอาการที่เกี่ยวข้องกับต่อมลูกหมาก รวมถึงคำถามเรื่องประวัติการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ท่อปัสสาวะตีบ อาการชาบริเวณอวัยวะเพศ และแผลจากอาน ดังนั้นคำว่า “สุขภาพทางเพศ” ในข่าวนี้จึงไม่ได้ครอบคลุมสุขภาพทางเพศทุกมิติ เช่น ภาวะเจริญพันธุ์หรือการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์

Quicky

ผลที่พบและข้อควรแยกให้ออก

  • การทำงานทางเพศ: คะแนนจากแบบประเมิน SHIM ซึ่งเน้นการแข็งตัวของอวัยวะเพศ ไม่ด้อยกว่าในกลุ่มนักปั่นเมื่อเทียบกับกลุ่มเปรียบเทียบ
  • อาการทางเดินปัสสาวะ: ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของคะแนนอาการที่ศึกษา หรือประวัติการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
  • ท่อปัสสาวะตีบ: นักปั่นมีโอกาสรายงานประวัติภาวะนี้สูงกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ จึงไม่เหมาะจะสรุปว่าไม่มีผลกระทบต่อทางเดินปัสสาวะทั้งหมด

ผลเหล่านี้มาจากการวิเคราะห์แบบสอบถามในงานวิจัยปี 2018 ไม่ใช่การทดลองที่สุ่มให้คนเริ่มปั่นจักรยานแล้วติดตามผลระยะยาว

Love2Test

การยืนปั่นกับอาการชา: พบความสัมพันธ์ ไม่ใช่สูตรป้องกัน

ในงานเดียวกัน ผู้ที่รายงานว่ายืนปั่นมากกว่า 20% ของเวลาปั่นมีโอกาสรายงานอาการชาบริเวณอวัยวะเพศต่ำกว่า แต่เป็นเพียงความสัมพันธ์ที่พบในการสำรวจ ไม่ได้พิสูจน์ว่าการยืนตามสัดส่วนนี้จะป้องกันอาการชาหรือปัญหาการแข็งตัวได้แน่นอน และไม่ใช่เกณฑ์ที่ทุกคนต้องทำตาม ดูผลในบทคัดย่อของการศึกษา

Buddy Chat — Love2Test

หลักฐานนี้บอกอะไรได้และยังบอกอะไรไม่ได้

การเก็บข้อมูลในช่วงเวลาเดียวและการสมัครใจตอบแบบสอบถามทำให้ผลอาจได้รับอิทธิพลจากความแตกต่างของผู้เข้าร่วม จึงไม่ยืนยันว่าการปั่นจักรยานเป็นสาเหตุหรือไม่เป็นสาเหตุของปัญหาในแต่ละบุคคล และไม่ควรนำผลไปเหมารวมกับทุกช่วงอายุ ทุกระดับการปั่น หรือทุกกลุ่มประชากร

งานวิจัยในนักปั่นสมัครเล่นปี 2022 ซึ่งเปรียบเทียบนักปั่น 199 คนกับนักฟุตบอล 43 คน ก็ไม่พบความแตกต่างของคะแนนรวมจากแบบประเมินการทำงานทางเพศ IIEF ระหว่างกลุ่ม แต่การศึกษาด้วยแบบสอบถามอีกชิ้นนี้ไม่ได้ลบข้อจำกัดของหลักฐานเดิมหรือรับรองว่าทุกคนจะไม่มีปัญหา

สรุป: ผลวิจัยปี 2018 ให้ข้อมูลว่าการปั่นจักรยานไม่ได้สัมพันธ์กับคะแนนการทำงานทางเพศที่ด้อยกว่าในกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา แต่ยังมีประเด็นเรื่องอาการชาและท่อปัสสาวะตีบ จึงควรอ่านข้อค้นพบพร้อมข้อจำกัด ไม่ใช้เป็นคำรับรองความปลอดภัยเฉพาะบุคคล

บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไป รวมถึงทางเลือกประกอบการพิจารณาของผู้อ่าน ไม่ใช่คำสั่งหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ข้อมูลด้านสุขภาพไม่ใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ ความเหมาะสมอาจแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละคน