กฎหมายแคลิฟอร์เนีย SB 179 เปิดทางให้ระบุเพศนอนไบนารีในเอกสารของรัฐบางประเภท โดยตัวเลือกบนใบขับขี่และบัตรประจำตัวเริ่มใช้วันที่ 1 มกราคม 2019 ส่วนข่าว CDC เรื่องคำว่า “คนข้ามเพศ” เป็นข้อถกเถียงจากเดือนธันวาคม 2017 เกี่ยวกับเอกสารงบประมาณปี 2019 ซึ่งผู้อำนวยการ CDC ในขณะนั้นปฏิเสธว่ามีคำต้องห้าม จึงไม่ควรสรุปว่าเป็นคำสั่งห้ามที่ยืนยันแล้วหรือเป็นข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้น
SB 179 เปลี่ยนการระบุเพศในเอกสารอย่างไร
Gender Recognition Act หรือ SB 179 ลงนามเป็นกฎหมายเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2017 ตามเอกสารอธิบายของ Transgender Law Center การเปลี่ยนแปลงแต่ละส่วนเริ่มใช้ต่างเวลากัน ไม่ใช่ทั้งหมดเริ่มพร้อมกันในวันลงนาม
- 1 มกราคม 2018: เริ่มการเปลี่ยนแปลงกระบวนการแก้ไขเพศในสูติบัตรแคลิฟอร์เนีย รวมถึงตัวเลือกนอนไบนารี
- 1 กันยายน 2018: เริ่มการเปลี่ยนแปลงกระบวนการขอคำสั่งศาลรับรองเพศ รวมถึงนอนไบนารี
- 1 มกราคม 2019: เริ่มตัวเลือกนอนไบนารีบนใบขับขี่และบัตรประจำตัวที่ออกโดย DMV
ประกาศ DMV หมายเลข OLIN 2019-03 ระบุว่าผู้สมัครสามารถรับรองหมวดเพศด้วยตนเองเป็นชาย หญิง หรือนอนไบนารี โดยช่องเพศบนบัตรแสดง M, F หรือ X ตามลำดับ ประกาศดังกล่าวยังระบุการเปลี่ยนจากแบบรับรองทางการแพทย์เป็นแบบคำขอหมวดเพศ

ขอบเขตที่ไม่ควรสรุปเกินหลักฐาน
การเพิ่มตัวเลือกนอนไบนารีเป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องการรับรองเพศในเอกสาร ไม่ใช่หลักฐานว่าสิทธิทุกด้านเท่าเทียมอย่างสมบูรณ์ เอกสารอธิบาย SB 179 ระบุด้วยว่ากฎหมายนี้ไม่เปลี่ยนเอกสารที่ออกโดยรัฐอื่นหรือรัฐบาลกลางโดยอัตโนมัติ จึงไม่ควรนำตัวเลือกบนใบขับขี่แคลิฟอร์เนียไปสรุปแทนกฎของหนังสือเดินทาง
เอกสารที่ใช้อ้างอิงในบทความนี้ยังไม่รองรับข้ออ้างว่า SB 179 กำหนดสิทธิใช้สรรพนาม “พวกเขา” ตามที่ข่าวเดิมระบุ จึงไม่นำข้ออ้างนั้นมาเสนอเป็นสาระของกฎหมาย


ข้อถกเถียง CDC ในเดือนธันวาคม 2017
วันที่ 15 ธันวาคม 2017 มีรายงานข่าวว่าผู้จัดทำเอกสารงบประมาณของ Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC ได้รับแจ้งให้หลีกเลี่ยงคำบางคำในการเตรียมเอกสารปีงบประมาณ 2019 รายชื่อที่ปรากฏในรายงานประกอบด้วย transgender, diversity, entitlement, evidence-based, fetus, science-based และ vulnerable
จดหมายของสมาชิกวุฒิสภาฝ่ายเดโมแครตในคณะกรรมาธิการ HELP ลงวันที่ 19 ธันวาคม 2017 ซึ่งเผยแพร่วันที่ 20 ธันวาคม บันทึกข้อกังวลและขอคำชี้แจงเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว โดยใช้เงื่อนไขว่าหากรายงานเป็นจริง เอกสารนี้จึงเป็นหลักฐานของการตั้งคำถามและปฏิกิริยาทางการเมือง ไม่ใช่ตัวคำสั่งห้าม
คำปฏิเสธและความไม่แน่นอนที่ต้องอ่านควบคู่กัน
PBS รายงานวันที่ 17 ธันวาคม 2017 ว่า Brenda Fitzgerald ผู้อำนวยการ CDC ในขณะนั้นยืนยันว่าไม่มีคำต้องห้ามที่ CDC และโฆษกกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์สหรัฐฯ หรือ HHS ปฏิเสธการอธิบายเรื่องนี้ว่าเป็นการห้ามคำ
แถลงการณ์ Fenway Health วันที่ 18 ธันวาคม 2017 บันทึกทั้งรายงานข่าวและคำปฏิเสธดังกล่าว พร้อมแสดงความกังวลต่อข้อจำกัดทางภาษาไม่ว่าจะเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ ความกังวลนี้เป็นจุดยืนขององค์กร ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่ามีคำสั่งห้ามครอบคลุมงานทุกประเภทของ CDC


อ่านสองเหตุการณ์นี้ในบริบทใด
ประเด็นแรกเป็นกฎหมายระดับรัฐเกี่ยวกับเอกสารระบุตัวตน ส่วนประเด็นที่สองเป็นข้อถกเถียงเรื่องการจัดทำงบประมาณของหน่วยงานรัฐบาลกลาง บทความนี้อธิบายเหตุการณ์ช่วงปี 2017–2019 ไม่ใช่รายงานสถานะล่าสุดของนโยบายสหรัฐฯ หรือคู่มือยื่นคำขอในปัจจุบัน
บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลและความรู้ทั่วไป รวมถึงทางเลือกประกอบการพิจารณาของผู้อ่าน ไม่ใช่คำสั่งหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ข้อมูลด้านสุขภาพไม่ใช้แทนการวินิจฉัย การรักษา หรือคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ ความเหมาะสมอาจแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละคน
